Lang Thai Lang Eng
เตรียมพบกับ เว็บไซต์ "พงศ์โชตนาการยาง" ในรูปแบบใหม่ เร็วๆนี้...
แบตเตอรี่แบบไหนเหมาะกับรถคุณ

Share |
วันที่อัพเดท 2014-01-11 09:23:53

 

 

 

แบตเตอรี่รถยนต์ เป็นหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยเก็บไฟฟ้าของรถยนต์เอาไว้ใช้เลี้ยงอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถ หากใครเคยประสบปัญหารถสตาร์ทไม่ติดคงรู้ว่า วุ่นวาย และชวนหงุดหงิดสักแค่ไหน เพื่อเป็นการป้องกันเรื่องเหล่านี้เราจึงควรตรวจเช็กและเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์เมื่อครบตามกำหนด กระปุกคาร์จึงรวบรวมความรู้ของแบตเตอรี่รถยนต์มาบอก

เลือกขนาดแอมแปร์


           แบตเตอรี่รถยนต์ต้องเลือกแอมแปร์ให้พอดีหรือมากกว่านิดหน่อย แบตเตอรี่ที่มีขนาดแอมแปร์มากกว่า จะใช้งานได้ทนทานกว่าแบตเตอรี่ที่มีขนาดแอมแปร์น้อยกว่า (แต่แอมป์ยิ่งมากราคายิ่งสูง) ดังนี้

           รถเก๋ง ญี่ปุ่น เครื่อง 1200-1900 ซีซี อาจเลือกใช้แบตเตอรี่ขนาด 45-60 แอมป์

           รถเก๋ง ญี่ปุ่น เครื่อง 2000-3000 ซีซี อาจเลือกใช้แบตเตอรี่ขนาด 60-75 แอมป์

           รถเก๋ง ยุโรป เครื่อง 2000-3000 ซีซี อาจเลือกใช้แบตเตอรี่ขนาด  75 แอมป์ ขั้วจม

           รถเก๋ง ยุโรป เครื่อง 2800-4000 ซีซี  อาจเลือกใช้แบตเตอรี่ขนาด 100 แอมป์ ขั้วจม

           รถกระบะ เครื่อง 2000-3000 ซีซี อาจเลือกใช้แบตเตอรี่ขนาด 70-90 แอมป์

           
 เลือกประเภทของแบตเตอรี่

แบตเตอรี่เปียก (กรดตะกั่ว)


           เหมาะกับผู้ที่ดูแลรักษารถเป็นประจำและใช้รถเป็นประจำทุกวัน เพราะต้องเติมน้ำกลั่นบ่อยอย่างน้อยก็ควรเดือนละครั้งรักษาปริมาณน้ำกลั่นให้เหมาะสม

           
ลักษณะเด่น - มีราคาถูก, มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุดถ้าดูแลอย่างสม่ำเสมอ
แบตเตอรี่กึ่งแห้ง MF (maintenance free)


           พัฒนามาจากแบตเตอรี่ชนิดเติมน้ำกลั่น ถูกออกแบบมาให้มีการสูญเสียน้ำกลั่นน้อยมาก (ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ด้วยการคิดสูตรผสมแผ่นธาตุใหม่ผสมแคลเซียม (calcium) ทำให้การระเหยของไอกรดต่ำ ต้องเติมน้ำกลั่นบ้างตรวจเช็กอย่างน้อยครึ่งปีครั้ง

           
ลักษณะเด่น - มีราคาปานกลาง, อายุการใช้งานปานกลาง
แบตเตอรี่แบบแห้ง SMF (Sealed Maintenance Free Car Battery)


           แบบแห้งของเมืองนอกจะใช้เจลหรือซิลิโคนแทนน้ำกรดแต่แบตเตอรี่แห้งที่ผลิตใช้ในบ้านเรายังใช้น้ำกรดบรรจุอยู่ในแบตเตอรี่ ด้วยเหตุผลทางภูมิอากาศของบ้านเราที่ค่อนข้างร้อนแต่ก็จะถูกซีลปิดไว้ไม่สามารถเติมน้ำกลั่นได้ ใช้ง่ายไม่ต้องดูแลรักษาแบตเตอรี่เลยเหมาะกับรถที่ไม่ได้ขับบ่อย

           
ลักษณะเด่น - มีราคาแพงสุด, อายุการใช้ต่ำสุด, ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น

           สำหรับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ก็ขอให้พิจารณายึด 2 ข้อนี้เป็นหลักซึ่งรายละเอียดปลีกย่อยสามารถถามกับผู้ขายได้เลยเช่น ขนาดของแบตเตอรี่ใหญ่เกินที่วางหรือปล่าวและวันที่ผลิตของแบตเตอรี่ ส่วนเรื่องของยี่ห้อไหน เลือกราคาเท่าไหร่คุณคงต้องพิจารณากันเองนะคะ


ขอบคุณแหล่งที่มา   

http://car.kapook.com/view73451.html