Lang Thai Lang Eng
เตรียมพบกับ เว็บไซต์ "พงศ์โชตนาการยาง" ในรูปแบบใหม่ เร็วๆนี้...
เกี่ยวกับรถยนต์น่ารู้

Share |
วันที่อัพเดท 2013-12-07 16:29:14

 

นานาสาระเกี่ยวกับรถยนต์หน้ารู้

 

 

1.อุ่นเครื่องยนต์สักหน่อยก่อนออกรถจะดีกว่า  เมื่อเครื่องยนต์ทำงานขณะที่ยัง  เย็น  อยู่ ไอ ของเชื้อเพลิงที่เข้มข้นจะเกาะผนังกระบอกสูบ และละลายปนกับฟิล์มน้ำมันเครื่องที่ฉาบผนังอยู่  ทำให้การหล่อลื่นแหวนลูกสูบกับผนังกระบอกสูบไม่เพียงพอ  สร้างความสึกในเครื่องยนต์มากกว่าปกติ  นอกจากนี้ทั้งเชื้อเพลิงที่ระเหย ไม่หมด และไอน้ำที่เกิดจากการเผาไหม้ขณะเครื่องยังเย็นนี้   ยังละลายปนอยู่ในน้ำมันเครื่อง  ทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีกด้วย

2.รถใหม่ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ  ต้องรันอิน รถรุ่นใหม่ๆ แม้จะมีการควบคุมคุณภาพอย่างดีแล้วก็ตาม แต่เรื่องยนต์ใหม่ควรต้องผ่านการรันอิน  และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสักครั้งก่อนที่จะใช้งานอย่างเต็มที่  เพราะเศษโลหะที่ตกค้างอยู่ในระบบจะได้ถูกชะล้างออกไป

3.การยก ยกขาก้านปัดน้ำฝนขณะจอดไม่ได้ช่วยยืดอายุใบปัด  แผ่นยางซึ่งทำหน้าที่รีดน้ำจากกระจกบังลมหน้า ปกติจะมีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี หากใช้นานกว่านั้นเนื้อยางจะแข็งตัวหรือมีการฉีกขาด  ไม่ว่าจะยกไว้หรือไม่ก็ตาม  อีกส่วนหนึ่งคือ ก้านใบปัด  ที่มีสปริงคอยดึงให้ใบปัดแนบสนิทกับกระจก  ซึ่งรับแรงจากคันโยก  และมอเตอร์  ตัวนี้มีราคาสูงกว่าใบปัด การยกก้านเมื่อจอดตากแดด  สปริงจะถูกดึงให้ยึดออกตลอดเวลา อายุการใช้งานสั้นลง ทำให้ต้องจ่ายแพงกว่าเดิมหลายเท่า  ถ้าต้องเปลี่ยนทั้งชุด

4.ในกรณีรถติดไฟแดง  ผู้ขับรถที่ใช้เกียร์ธรรมดาจะปลดเกียร์ว่าง   และเหยียบเบรกป้องกันรถไหล  คงจะไม่มีใครเหยียบ คลัทช์ และเบรก ใส่เกียร์คาไว้  ให้เมื่อยขา ขณะที่ผู้ขับรถเกียร์อัตโนมัติ กลับมีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน

กลุ่มแรก เหยียบเบรกโดยค้างเกียร์ไว้ที่ตำแหน่ง “D”

กลุ่มที่สอง เบรกเหมือนกัน แต่เลื่อนตำแหน่งคันเกียร์มาที่เกียร์ว่าง “N”

กลุ่มสุดท้าย ดันคันเกียร์มาอยู่ที่ “P” ไม่เหยียบเบรก

กลุ่มแรก ต้องระวังมากที่สุด  เพราะถ้าขยับตัวแล้วเท้าหลุดจากแป้นเบรก  รถอาจพุ่งไปชนคันหน้า 

กลุ่มที่สอง เบาหน่อยแต่เมื่อย ส่วนกลุ่มสุดท้าย สบายใจได้แต่อาจจะไม่สะดวกกับการใช้งาน วิธีดีที่สุด คือ ใช้เกียร์ว่าง และดึงเบรกมือ

5.ลมน้อย  ยางมีโอกาสระเบิดได้มาก  คู่มือการใช้และดูแลรักษายางรถยนต์  ไม่ว่าจะเป็นค่ายไหน  ก็แนะนำตรงกันว่า  ผู้ใช้รถควรเติมลมตามมาตรฐานที่ผู้ผลิต รถยนต์กำหนดไว้  และให้เพิ่มแรงดันลมยางอะไหล่ให้สูงขึ้นอีก 2-3ปอนด์ เมื่อต้องเดินทางไกล

6.อย่าใช้ระบบขับเคลื่อนผิดประเภท จะได้ไม่ต้องเสียใจ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อนั้น อาจจะช่วยให้รถเกาะถนนมากกว่าระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ  แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกาะถนนดี  เมื่อต้องเลี้ยวในความเร็วสูง ล้อหน้าที่ถูกลอดให้หมุนจะเลี้ยวได้น้อยลง  ทำให้ต้องใช้วงเลี้ยวที่กว้างขึ้น จึงมีรถประเภทนี้หลุดโค้งให้เห็นกันเป็นประจำ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบพาร์ทไทม์มีไว้เพื่อช่วยให้รถผ่านทางทุระกันดานได้ง่ายขึ้น  ต่างกับพวกที่เป็นฟูลล์ไทม์หรือ ตลอดเวลาซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการยึดเกาะถนน

7.ตั้งศูนย์ล้อควรทำทั้ง 4 ล้อ ศูนย์ล้อหลังมีความสำคัญพอๆ กับศูนย์ล้อหน้า หรืออาจจะมากกว่า  เพราะมุมที่ล้อหลังเอียงไปเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้รถเสียสมดุลเมื่อเบรก  หรือเลี้ยวไหมากกว่าที่คิด รถยนต์ส่วนใหญ่จะปรับตั้งศูนย์ล้อได้หน้า/หลัง  ยกเว้นรถขับเคลื่อนหน้าบางรุ่นที่ปรับได้แต่เฉพาะล้อหน้าเพียงอย่างเดียว  ไม่สามารถตั้งศูนย์ล้อหลัง ก็ต้องทำใจ

8.เวลาข้ามแยก รอให้รถว่าง และไม่ควรเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน  ถ้าคุณเปิดไฟฉุกเฉินรถทั้งด้านซ้าย/ขวา  ต่างก็จะเห็นสัญญาณไฟเลี้ยวเพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น  รถทางขาวอาจจะจอดให้ไป แต่สำหรับทางซ้ายอาจคิดว่าคุณจะเลี้ยวซ้ายจึงไม่หยุดให้ อุบัติเหตุ จึงเกิดขึ้น ด้วยความเข้าใจผิด จากการใช้สัญญาณไฟแบบผิดที่.......ผิดทาง

9.ไฟฉุกเฉินใช้เวลาจอดฉุกเฉิน ในสภาพอากาศที่ไม่ดี และทัศนะวิสัยแย่มาก จนมองแทบไม่เห็นรถคันหน้า  การชะลอความเร็ว เปิดไฟหน้า และทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่การใช้สัญญาณไฟฉุกเฉิน ทำให้รถที่วิ่งสวนทางมาเข้าใจผิดคิดว่ารถจอดเสียอยู่ทางซ้ายริมถนน และหักหลบไปทางขาว  ซึ่งเป็นไหลทางกว่าจะเห็นอาจจะสายเกินไป ไม่ลงไปข้างทางก็อาจพุ่งข้ามช่องทางมาชน หรือถ้าหยุดรถก็ขวางทาง  และเกิดอุบัติเหตุ


ที่มา:
http://www.jrgarage.co.th