Lang Thai Lang Eng
เตรียมพบกับ เว็บไซต์ "พงศ์โชตนาการยาง" ในรูปแบบใหม่ เร็วๆนี้...
จริงหรือ...วันผลิตมีผลต่อประสิทธิภาพของยาง

Share |
วันที่อัพเดท 2011-11-30 17:23:53

 

ยังมีผู้ใช้รถยนต์หลาย ๆ คนที่มีความเชื่อเกี่ยวกับการเลือกซื้อยางรถว่าต้องดูจากวันที่ผลิตหรือDOTอยู่มาก เพราะหลาย ๆ คนคิดว่ายิ่งยางใหม่เท่าไหร่ประสิทธิภาพยิ่งดีเท่านั้น ซึ่งความเชื่อนี้จะเป็นจริงหรือไม่วันนี้เราจะมาหาคำตอบไปด้วยกัน

 

จากการศึกษาและวิจัยจากหน่วยงานภาครัฐบาลและบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ พบว่า แท้จริงแล้ว วันผลิตของยางไม่ได้มีผลกับสมรรถภาพของยางอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะโดยปกติยางที่ผลิตออกมานั้น เมื่อมีการจัดเก็บที่ดีพอ เช่น การเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสมและยังไม่ได้เริ่มใช้งานก็จะสามารถเก็บยางเส้นนั้น ๆ ได้เป็นเวลาหลายปีโดยไม่มีการเสื่อมสภาพ ดังจะเห็นได้จากผลการศึกษาและวิจัยจากหน่วยงานภาครัฐบาลและบริษัทชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และTUV Rheinland Group Ltd, กรมคมนาคาสหรัฐอเมริกา องค์กร ADAC ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อผู้ขับขี่รถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี และกรมคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศเกาหลีใต้ เพื่อพิสูจน์ว่าแท้จริงแล้ววันผลิตของยางไม่ได้มีผลกับสมรรถนะของยางอย่างที่หลายคนเข้าใจ โดยทำการทดสอบสมรรถนะของยาง อาทิ การเบรก การขับขี่ในความเร็วสูง ความทนทานสำหรับการบรรทุกหนักและวิ่งเป็นระยะทางไกล ตลอดจนความแข็งแรงของหน้ายางและโครงสร้างยางพบว่าสมรรถนะต่าง ๆ เหล่านี้ไม่มีความแตกต่างกัน ทั้ง ๆ ที่วันผลิตยางนั้นต่างกันเพราะโดยปกติยางที่ผลิตออกมานั้นเมื่อมีการจัดเก็บที่ถูกต้อง เช่น การเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสมและยังไม่ได้เริ่มใช้งานก็จะสามารถเก็บยางเส้นนั้น ๆ ได้เป็นเวลาหลายปีโดยไม่เสื่อมสภาพ

 

ควรเริ่มนับอายุของยางเมื่อไร?

อายุของควรเริ่มนับจากวันแรกที่ใช้งานจริง ไม่ใช่เริ่มนับจากวันที่ยางออกจากโรงงานไปอีก 3-5 ปี เพราะตราบใดที่ยางยังไม่ลงพื้นหรือประกอบใส่ล้อเพื่อใช้งานยางก็จะไม่เจอกับแรงดันจากลมยาง แรงกระทำจากการขับขี่ น้ำและสารเคมีต่าง ๆ บนพื้นถนน รวมไปถึงความร้อนที่เกิดจากการยืดหดตัวของยางในขณะใช้งาน ยางก็ไม่เสื่อมประสิทธิภาพไปง่าย ๆ

 

เมื่อต้องเลือกยางเส้นใหม่

ผู้ใช้รถควรเลือกยางที่เหมาะสมกับการใช้งานและขนาดของล้อ โดยต้องพิจารณาถึงลักษณะการใช้งานว่าต้องใช้งานแบบไหน ขับขี่อย่างไร เช่น ขับขี่บนถนนหลวงอย่างเดียวและต้องการความนุ่มเงียบหรือต้องการการยึดเกาะถนนแบบสปอร์ต หรือวิ่งนอกทางหลวงบ่อย ๆ และต้องขนของหนักอยู่เสมอ เป็นต้น เพราะผู้ผลิตยางได้ออกแบบยางแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับลักษณะการขับขี่และใช้งานที่แตกต่างกันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานยางนั้น ๆ และนอกจากนี้การดูแลรักษายางอย่างสม่ำเสมอยังมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการใช้งานที่ยาวนาน และช่วยให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น วิธีการดูแลรักษานั้นได้แก่การมั่นตรวจเช็คเติมลมยางให้อยู่ในระดับที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด ควรมีการตรวจเช็คสภาพยางและสลับยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ยางมีการสึกหรอที่เท่ากันหรือใกล้เคียงกัน อีกทั้งควรดูแลรักษาสภาพของระบบรองรับน้ำหนักหรือช่วงล่างไปพร้อม ๆ กัน เพราะหากมุมของล้อผิดเพี้ยนไปหรือช่วงล่างเสียหายก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ยางสึกไม่เท่ากัน และเป็นต้นเหตุทำให้ยางเสียหายเร็วขึ้น นอกจากนี้ผู้ใช้รถควรตรวจสอบว่าดอกยางสึกถึงสะพานยางหรือยัง ยางมีลักษณะที่ผิดแผกไปจากเดิมหรือไม่ อาทิ มีร่องรอยการแตกลายงา ยางมีการหลุดล่อน หากพบความผิดปกติควรนำรถมาตรวจสอบโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ

ที่มา : มิชลินไทยแลนด์