Lang Thai Lang Eng
เตรียมพบกับ เว็บไซต์ "พงศ์โชตนาการยาง" ในรูปแบบใหม่ เร็วๆนี้...
ยางแบบไหนเหมาะกับคุณ (ตอนที่ 2)

Share |
วันที่อัพเดท 2011-09-26 14:29:08

 

จากคราวที่แล้วที่เราได้เกรินไว้ถึงการขับขี่ในสภาพถนนเปียกและแห้งที่มีผลต่อการตัดสินใจเมื่อเราต้องการจะเปลี่ยนยางใหม่ คราวนี้เรามาดูกันต่อกับปัจจัยอีกอย่างที่ควรคำนึงถึงนั้นก็คือ "ลักษณะการใช้งานของยาง"

ลักษณะการใช้งานของยาง

ยางเป็นสิ่งสิ่งเดียวที่เชื่อมระหว่างรถกับพื้นถนน ยางจึงมีบทบาทที่สำคัญต่อรถคุณอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น สมรรถนะการควบคุม บังคับขับขี่ ความนุ่มสบาย ระยะเบรก หรือการประหยัดน้ำมัน ดังนั้นลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันจึงจำเป็นต้องเลือกใช้ยางที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันด้วย

การขับขี่ในเมือง

คุณควรใช้ยางที่เหมาะสมกับลักษณะของถนนในเมืองนั้นๆ

สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกยางสำหรับการขับขี่ในเมือง

- ระยะการเบรก
คุณควรเลือกยางที่มีระยะเบรกสั้นที่สุด (ทั้งถนนแห้งและเปียก) เพื่อให้คุณหยุดรถได้อย่างรวดเร็วหากพบสิ่งกีดขวางบนถนนอย่างกะทันหัน เช่น คนเดินถนนที่ไม่ระวังรถยนต์

- อายุการใช้งาน
สภาพการจราจรในเมืองมีความหนาแน่นและติดขัดอยู่ตลอดเวลา ยางรถยนต์จึงต้องทำงานหนักจากการหยุดรถและการออกรถในสภาพการจราจรดังกล่าว อันส่งผลให้ดอกยางสึกจากการที่เนื้อยางถูกเสียดสีกับพื้นถนน ดังนั้น คุณควรเลือกยางที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

- การประหยัดน้ำมัน
ยางที่มีแรงต้านทานการหมุนของล้อต่ำจะประหยัดน้ำมันได้ดีกว่ายางที่มีแรงต้านทานการหมุนของล้อสูง

คุณควรตรวจสอบยางรถยนต์อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่ายางไม่มีลักษณะของการสึกที่มากกว่าปกติหรือผิดปกติ รวมทั้งไม่มีการบวมบริเวณแก้มยางด้วย

คุณควรตรวจสอบความดันลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง (รวมทั้งยางอะไหล่ด้วย) และควรทำการตรวจสอบในขณะที่ยางรถยนต์ยังเย็นอยู่

ยางที่มีความดันลมยางต่ำ จะเพิ่มระยะเบรกให้ยาวขึ้น และทำให้รถยนต์ใช้น้ำมันมากขึ้น

 

การขับขี่บนทางหลวงหรือทางด่วน

บุคคลโดยทั่วไปมักจะขับขี่รถยนต์บนทางหลวงหรือบนทางด่วนด้วยความเร็วสูง ซึ่งยางมีบทบาทสำคัญต่อการทรงตัวและสมรรถนะในการเกาะถนนของรถยนต์ รวมถึงการรักษาทิศทางการเคลื่อนที่ของรถยนต์ในสภาวะการขับขี่เช่นนี้

สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกยางสำหรับการขับขี่บนทางหลวงหรือทางด่วน

- ระยะเบรก
คุณควรเลือกยางที่มีระยะเบรกสั้นที่สุด (ทั้งถนนแห้งและเปียก)

- ความนุ่มนวลในการขับขี่
คุณควรเลือกยางที่ให้ความนุ่มนวลในขณะขับขี่และเงียบสำหรับการเดินทางไกล

- การเกาะถนน
คุณควรเลือกยางที่มีสมรรถนะภาพสูง เพราะคุณลักษณะนี้จะทำให้ยางยึดเกาะถนนได้ดี

คุณควรตรวจสอบความดันลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง (รวมทั้งยางอะไหล่ด้วย) และก่อนการเดินทางไกลทุกครั้ง โดยให้คุณทำการตรวจสอบในขณะที่ยางรถยนต์ยังเย็นอยู่ หากคุณตรวจสอบความดันลมยางในขณะยางร้อนหรือผ่านการวิ่งมาแล้วเกินกว่า 2 กิโลเมตร ให้คุณเพิ่มความดันลมยางอีก 4 ถึง 5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (0.3 บาร์) จากความดันลมยางปกติที่แนะนำโดยผู้ผลิตรถยนต์

 ข้อควรระวัง : รถออฟโรดหรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อ (รถ 4x4) จะมีระยะเบรกที่ไกลกว่าระยะเบรกของรถเก๋ง เนื่องจากน้ำหนักของตัวรถที่มากกว่ารถเก๋ง

ยังไม่หมดแค่นี้สำหรับลักษณะการใช้งานของยางนั้นยังมีอีก 2 ลักษณะการใช้งานที่ยังมีให้ติดตามกัน

ที่มา: มิชลินไทยแลนด์