Lang Thai Lang Eng
เตรียมพบกับ เว็บไซต์ "พงศ์โชตนาการยาง" ในรูปแบบใหม่ เร็วๆนี้...
ยางแบบไหนเหมาะกับคุณ (ตอนที่ 1)

Share |
วันที่อัพเดท 2011-09-16 14:10:31

 

ก่อนการเปลี่ยนยางใหม่นั้นเราจะต้องคำนึงถึงปัจจัยหลาย ๆ อย่างเช่นรถแต่ละประเภท การใช้งานตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนและตามสภาพถนนแต่ละที่ เป็นต้น  เพื่อให้คุ้มค่ากับจำนวนเงินที่เราต้องเสียไปในการเปลี่ยนยางแต่ละครั้ง

ขนาดของยาง

คุณสามารถตรวจสอบขนาดของยางมาตรฐานที่ติดมากับรถยนต์ของคุณได้จากหนังสือคู่มือประจำรถจากผู้ผลิตรถยนต์ ขอบประตูด้านคนขับ บริเวณช่องใส่ของด้านหน้าของรถยนต์ หรือด้านในของฝาปิดถังน้ำมันนอกจากนี้ คุณยังสามารถตรวจสอบขนาดยางได้จากสัญลักษณ์บนแก้มยางอีกด้วย

เมื่อคุณต้องการเปลี่ยนขนาดยาง?

หากคุณต้องการเปลี่ยนขนาดยางให้แตกต่างไปจากขนาดของยางมาตรฐานที่ติดมากับรถยนต์ หรือต้องการเปลี่ยนขนาดกระทะล้อคุณจะต้องขอคำปรึกษาจากช่างผู้ชำนาญการเท่านั้น

 

การขับขี่รถยนต์ในสภาพอากาศต่าง ๆ

สภาพอากาศที่แตกต่างกันจะมีผลกระทบต่อสมรรถนะการทำงานของยางรถยนต์ ดังนั้น คุณจึงจำเป็นที่จะต้องปรับวิธีการการขับขี่รถยนต์ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศพร้อมกับใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ด้วย และที่สำคัญที่สุดคุณจะต้องตรวจสอบสภาพยางและสภาพรถยนต์ของคุณก่อนการเดินทางไกลทุกครั้ง

 

การขับขี่บนพื้นถนนเปียก

คุณลักษณะและสภาพของยางมีผลกระทบต่อระยะเบรกของรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนพื้นถนนเปียก

นอกจากน้ำฝนจะทำให้ถนนเปียกลื่นอันเนื่องมาจากฝุ่นและคราบน้ำมันที่เกาะติดอยู่บนท้องถนนแล้ว น้ำฝนยังทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นของผู้ขับขี่ลดลง ดังนั้น การเหยียบเบรกในขณะที่ขับขี่รถยนต์อยู่บนพื้นถนนเช่นนี้ ผู้ขับขี่จะต้องใช้ระยะเบรกไกลกว่าการขับขี่บนถนนแห้งถึง 3 เท่า เพราะเหตุนี้ สภาพของดอกยางจึงมีความสำคัญมากต่อการขับขี่รถยนต์บนพื้นถนนเปียก เนื่องจากดอกยางจะทำหน้าที่เก็บน้ำเข้าไปในร่องดอกยาง และในเสี้ยววินาทีนั้น ร่องดอกยางก็จะรีดน้ำออกทันทีเพื่อให้เนื้อยางสัมผัสกับพื้นถนนได้เต็มที่

- สัดส่วนของร่องดอกยางต่อเนื้อยาง (Groove to Tread Ratio)

ลายดอกยางที่มีร่องดอกยางมากกว่าและลึกกว่า จะสามารถรีดน้ำได้มากกว่าลายดอกยางที่มีร่องดอกยางน้อยกว่าและตื้นกว่า

- ร่องบาก

สันดอกยางและร่องบากทำหน้าที่เหมือนใบปัดน้ำฝน โดยจะทำหน้าที่ปัดน้ำบนผิวถนนออกไปเพื่อให้เนื้อยางสามารถยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น

การขับขี่รถยนต์บนพื้นถนนเปียกมีข้อพึงระวัง คือ ยิ่งดอกยางมีการสึกมากเท่าไหร่ การหยุดรถก็จะต้องใช้ระยะเบรกที่ยาวขึ้นเท่านั้น และในขณะเดียวกันก็ยังเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเหินน้ำมากขึ้นเป็นทวีคูณ คุณจึงต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษต่อการขับขี่รถยนต์ในขณะที่ฝนตก

 

การขับขี่บนพื้นถนนแห้ง

ยิ่งดอกยางมีความแข็งแรงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่บนพื้นถนนแห้งมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ความแข็งแรงของดอกยางคือคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้การขับขี่รถยนต์มีความมั่นคงและทำให้คุณสามารถควบคุมรถยนต์ได้ดี

 

ความแข็งแรงของดอกยางประกอบด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้

 - รูปทรงของยาง

ยางที่มีหน้าตัดเป็นลักษณะเหลี่ยม คือมีหน้ายางและแก้มยางตั้งฉากกัน จะก่อให้ยางมีฐานโครงสร้างที่ดี และเกาะถนนดีในขณะเข้าโค้ง

- สัดส่วนของร่องดอกยางต่อเนื้อยาง

ลายดอกยางที่มีร่องดอกยางน้อย จะมีพื้นที่ที่เนื้อยางสัมผัสพื้นผิวถนนมาก ยางจึงสามารถเกาะถนนบนพื้นแห้งได้ดียิ่งขึ้น

- บล็อกดอกยางขนาดใหญ่

บล็อกดอกยางที่มีขนาดใหญ่และหนา (ไม่มีร่องบาก) จะช่วยลดการขยับตัวภายในบล็อกดอกยาง สร้างความมั่นคง ให้ความแม่นยำในการบังคับควบคุม

- ร่องบากแบบล็อกตัวได้ (Self-locking sipes)

บล็อกดอกยางที่มีร่องบากมีความแข็งแรงที่ลดลง ทำให้สูญเสียความแม่นยำในการควบคุมไป มิชลินได้คิดค้น ร่องบากแบบล็อกตัวได้ ขึ้นเพื่อที่จะได้บล็อกดอกยางที่มีร่องบาก และยังคงสภาพความมั่นคงแข็งแรงไว้ได้

ถึงแม้ว่าการขับขี่รถยนต์บนพื้นถนนแห้งจะมีความปลอดภัยมากกว่าการขับขี่รถยนต์บนพื้นถนนเปียก คุณก็ยังจะต้องใช้ความระมัดระวังต่อสภาพพื้นถนนที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เช่น ระดับของถนนที่ต่างกัน กรวดทราย หรือ หลุมบ่อ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้อาจทำให้สมรรถนะในการเกาะถนนของยางลดลงอย่างกะทันหันและก่อให้เกิดอันตรายได้

ที่มา : มิชลินไทยแลนด์