Lang Thai Lang Eng
เตรียมพบกับ เว็บไซต์ "พงศ์โชตนาการยาง" ในรูปแบบใหม่ เร็วๆนี้...
การดูแลรักษายางรถยนต์

Share |
วันที่อัพเดท 2011-09-15 14:45:21

 

ยางรถยนต์เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนของรถยนต์เพราะยางรถยนต์จะต้องหมุนไปตลอด เมื่อรถยนต์เคลื่อนที่ยางรถยนต์จะทำหน้าที่รองรับน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุก, ลดแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือน ทำหน้าที่ส่งแรงม้าจากเครื่องยนต์สู่พื้นผิวถนนและยึดเกาะถนนในการเข้าโค้ง ยางรถยนต์จะมีประโยชน์และให้สมรรถนะสูงสุดนั้นขึ้นอยู่กับการใช้งาน และการดูแลบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง ทำให้ผู้ใช้รถมีความปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

หน้าสัมผัสเล็กๆ ของยาง กับหน้าที่อันยิ่งใหญ่

แม้ว่าพื้นผิวของยางที่สัมผัสกับพื้นถนนจะมีขนาดเพียงฝ่ามือเท่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าความปลอดภัย ความนุ่มสบายในการขับขี่ และสมรรถนะในการประหยัดน้ำมันขึ้นอยู่กับหน้าสัมผัสเล็กๆ นี้ ยางจึงมีความสำคัญต่อการขับขี่รถยนต์เป็นอย่างมาก เนื่องจาก

ยางเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เชื่อมระหว่างรถยนต์กับถนน

ยางทำหน้าที่รับน้ำหนักทั้งหมดของรถยนต์ ซึ่งรถยนต์โดยทั่วไปจะมีน้ำหนักมากกว่ายางถึง 50 เท่า

ยางเป็นปัจจัยที่เพิ่มการตอบสนองในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับควบคุมรถยนต์ การเร่งเครื่อง และการหยุดรถ

ยางทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกจากสิ่งกีดขวางต่างๆ บนพื้นถนน

นอกจากจะต้องเลือกยางที่เหมาะสมแล้ว เรายังจะต้องหมั่นตรวจสอบและดูแลรักษายางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ายางจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

 

การตรวจสอบความปลอดภัยของยางทำได้ง่ายๆ

โดยต้องหมั่นตรวจสอบความลึกของร่องดอกยางอย่างสม่ำเสมอ และต้องเปลี่ยนยางใหม่เมื่อยางสึกถึงเกณฑ์แล้ว เพื่อให้มั่นใจได้ว่ายางจะให้ประสิทธิภาพในการควบคุมรถยนต์และการเกาะถนนสูงสุด เพราะเหตุดังกล่าวข้างต้น ระดับความลึกของร่องดอกยางมีผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถเพราะ

ร่องดอกยางจะช่วยรีดน้ำที่อยู่ภายใต้ยาง และช่วยรักษาความสามารถในการควบคุมรถยนต์

ยิ่งร่องดอกยางมีความลึกเหลือมากเท่าไหร่ ยางก็จะยิ่งสามารถรีดน้ำออกได้มากเท่านั้น และยังช่วยลดความเสี่ยงของการเหินน้ำด้วย

การใช้ความดันลมยางที่เหมาะสมและการดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ยางมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุดและใช้งานได้นาน

การยึดเกาะถนนของดอกยางมีผลต่อระยะเบรกที่ต้องใช้ในการหยุดรถ

ดังนั้นควรจะต้องเปลี่ยนยางใหม่ก่อนที่ความลึกของร่องดอกยางจะสึกถึงเกณฑ์หรือเหลือเพียง 1.6 ม.ม.(เท่าสะพานยาง)

 

ตรวจสอบความดันลมยางทุกๆ เดือน

ความดันลมยางที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียการควบคุมรถยนต์ และช่วยไม่ให้ยางสึกก่อนเวลาอันควร รวมทั้งช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงสร้างภายในของยางอีกด้วย โดยปกติแล้วความดันลมยางจะลดลงประมาณ 2 ถึง 3 ปอนด์ต่อตารางนิ้วต่อเดือน เนื่องจากการซึมของลมออกมาจากชิ้นส่วนต่างๆ ของยางตามธรรมชาติ หรือแม้แต่การที่อุณหภูมิในบรรยากาศลดลง ดังนั้นการตรวจสอบลมยางทุกๆ เดือนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากปัจจัยดังต่อไปนี้

ความดันลมยางอ่อน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียหายของยาง

ความดันลมยางที่สูงกว่าคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์ 20% จะลดอายุการใช้งานของยางลงถึง 10,000  กม.

ความดันลมยางที่ถูกต้อง จะช่วยในการประหยัดน้ำมัน

เราสามารถตรวจสอบความดันลมยางที่เหมาะสมตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์ได้จาก

คู่มือประจำรถจากผู้ผลิตรถยนต์

ป้ายที่ติดข้างประตูด้านคนขับ

ที่เก็บของด้านข้างคนขับ

ด้านในของฝาถังน้ำมัน

หมายเหตุ ความดันลมยางที่ปรากฏอยู่บนแก้มยางจะเป็นเพียงความดันลมยางสูงสุด ไม่ใช่ความดันลมยางที่เหมาะสมตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์

ควรจะต้องตรวจความดันลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง (รวมทั้งยางอะไหล่ด้วย) และก่อนเดินทางไกลทุกครั้ง โดยให้ตรวจสอบความดันลมยางในขณะที่ยางยังเย็นอยู่ หากตรวจสอบความดันลมยางในขณะยางร้อนหรือผ่านการวิ่งมาแล้วเกินกว่า 2 กิโลเมตร ให้เพิ่มความดันลมยางอีก 4 ถึง 5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(0.3 บาร์) จากความดันลมยางปกติที่แนะนำโดยผู้ผลิตรถยนต์

 

 ถ่วงสมดุลล้อเพื่อให้ยางมีอายุการใช้งานที่ยาวขึ้น

การถ่วงสมดุลล้อช่วยป้องกันไม่ให้ยางสึกก่อนเวลาอันควรและช่วยลดแรงสั่นสะเทือน อีกทั้งยังช่วยป้องกันระบบกันสะเทือน ระบบบังคับเลี้ยว และลูกปืนของรถยนต์ หากล้อขาดสมดุลไม่ว่าจะเป็นล้อหนึ่งล้อใดของรถยนต์หนักหรือเบากว่าล้อส่วนที่เหลือ จะทำให้ยางและรถยนต์เกิดอาการดังต่อไปนี้

ยางสึกไม่เรียบ หรือสึกเร็วกว่าปกติ

มีอาการสั่นที่ล้อ

มีแรงกดบริเวณข้อต่อต่างๆ ของรถยนต์มากขึ้น

ข้อต่อต่างๆ ของรถยนต์สึกหรอก่อนเวลาอันควร

ควรจะต้องทำการถ่วงล้อทุกครั้งที่ได้เปลี่ยน ถอด หรือใส่ยาง หรือเมื่อตะกั่วที่ใช้ถ่วงล้อถูกเคลื่อนย้ายออกไป

 

การตั้งศูนย์ล้ออย่างถูกต้องช่วยให้ขับขี่ปลอดภัย

หากแนวและองศาของล้อและเพลา รวมถึงระบบช่วงล่างได้รับการตั้งศูนย์ไม่ถูกต้อง จะส่งผลให้การควบคุมรถยนต์บนท้องถนนไม่ดีและการขับขี่ไม่ปลอดภัย ดังนั้น การตั้งศูนย์ล้ออย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการขับขี่รถยนต์ เนื่องจาก

ทำให้ควบคุมรถยนต์บนท้องถนนได้ดี

ป้องกันยางจากการสึกที่ผิดปกติ หรือสึกก่อนเวลาอันควร

ประหยัดน้ำมัน

เมื่อยางรถยนต์กระแทกกับวัตถุที่มีพื้นผิวแข็ง เช่น ขอบถนน บาทวิถี หรือ หลุมบ่อบนท้องถนน หรือเมื่อสังเกตพบว่ายางสึกผิดปกติ ให้ช่างผู้ชำนาญการทำการตรวจสอบยางโดยละเอียดว่าต้องทำการตั้งศูนย์ล้อใหม่หรือไม่

 

ใส่ยางใหม่ไว้ที่เพลาหลังเพื่อการควบคุมรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบ

เราไม่สามารถตรวจสอบการยึดเกาะถนนหรือตรวจสอบความผิดปกติของยางล้อหลังในระหว่างขับขี่ได้ เพราะล้อหลังไม่ได้ต่อพ่วงเข้ากับพวงมาลัยรถยนต์ ดังนั้น ให้คุณใส่ยางใหม่หรือยางที่สึกน้อยกว่าไว้ที่เพลาหลังเสมอ เพื่อผลดังต่อไปนี้

การควบคุมรถยนต์ที่ดีในกรณีที่ต้องทำการหยุดรถฉุกเฉิน หรือต้องเลี้ยววงแคบ

ลดความเสี่ยงการในการสูญเสียการควบคุมรถยนต์ โดยเฉพาะบนพื้นถนนเปียก

การเกาะถนนที่ดีกว่า โดยเฉพาะในสถานการณ์คับขัน ไม่ว่ารถจะขับเคลื่อนล้อหน้าหรือล้อหลังก็ตาม

ให้ผู้ใช้รถตรวจสอบลมยางและสภาพของยางอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ยางมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด โดยเฉพาะเมื่อได้ทำการสลับยาง ทั้งนี้เพราะมีรถยนต์จำนวนมากที่กำหนดอัตราลมยางระหว่างยางหน้าและยางหลังต่างกัน

 

 

ฝาปิดวาล์วเติมลมปกป้องผู้ใช้รถและยางของผู้ใช้รถ

วาล์วและชิ้นส่วนต่างๆ ของวาล์วผลิตมาจากยางพารา ซึ่งจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ดังนั้นจะต้องเปลี่ยนวาล์วและฝาปิดวาล์วใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม่ เมื่อขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง ก้านวาล์วที่แตกลายงาหรือเสื่อมสภาพอาจพับงอตามแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ของล้อ ซึ่งอาจทำให้เกิดการสูญเสียแรงดันลมยางในระหว่างนั้น นอกจากนี้ ฝาปิดวาล์วก็มีความสำคัญเช่นกัน ฝาปิดวาล์วเป็นชิ้นส่วนหลักในการกักเก็บลมยางและช่วยป้องกันฝุ่นหรือเศษสิ่งสกปรก จึงต้องหมั่นตรวจสอบวาล์วและฝาปิดวาล์วให้อยู่ในสภาพปกติเพื่อวาล์วและฝาปิดวาล์วจะได้ทำหน้าที่ต่อไปนี้ได้ดี

กักเก็บลมยาง

รักษาความดันลมยางให้อยู่ในระดับที่ถูกต้อง

ยืดอายุการใช้งานของยาง

ควรจะต้องเปลี่ยนวาล์วและฝาปิดวาล์วใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม่

 

สิ่งแรกที่ต้องทำในการซ่อมแซมยาง คือการติดต่อผู้เชี่ยวชาญ

ในกรณีที่ต้องซ่อมแซมยาง ให้ติดต่อผู้แทนจำหน่ายยางหรือผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคให้ทำการถอดยางเส้นที่ต้องทำการซ่อมแซมออกจากล้อรถยนต์ และให้ทำการตรวจสอบยางจากด้านใน การตรวจสอบยางจากด้านในเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะความเสียหายภายในไม่สามารถเห็นประจักษ์ได้เมื่อยางยังใส่อยู่กับล้อรถยนต์ ผู้เชี่ยวชาญจะดำเนินการดังต่อไปนี้ในการตรวจสอบยาง

ตรวจสอบสภาพด้านในของยางเพื่อหาความเสียหายที่ไม่สามารถเห็นได้จากภายนอก

ใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการซ่อมแซมยาง

ประกอบยางเข้ากับล้ออย่างถูกต้องเพื่อการควบคุมรถยนต์ที่ดีและความนุ่มสบายจากการขับขี่

ให้รับบริการซ่อมแซมยางจากช่างผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อจะได้รับการตรวจสอบและการซ่อมยางที่ถูกต้อง อันจะเป็นการประกันความปลอดภัย

ที่มา มิชลินไทยแลนด์