Lang Thai Lang Eng
เตรียมพบกับ เว็บไซต์ "พงศ์โชตนาการยาง" ในรูปแบบใหม่ เร็วๆนี้...
Compact Nano Infinity Brake
 

Compact Nano Infinity Brake

เกิดจากฝ่ายวิจัยและพัฒนา (Researh & Development

Department) ได้คิดค้นและพัฒนาสินค้าในกลุ่มผ้าเบรก

Compact Nano เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีที่สุดขึ้น

มาอีกหนึ่งรุ่น

5 คุณสมบัติพิเศษของ

Compact Nano Infinity Brake

 

1. Nano Technology Friction Material

          เป็นเทคโนโลยีล่าสุดสำหรับผ้าเบรก ที่เพิ่มความยืดหยุ่น

และตอบสนองได้ดีในทุกสภาวะการขับขี่

            นวัตกรรมล่าสุดโดยใช้นาโนเทคโนโลยี มาช่วยเพิ่มความ

ยืดหยุ่น ในเนื้อผ้าเบรก ทำให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน***

ที่สม่ำเสมอและคงที่ในทุกช่วงอุณหภูมิอีกทั้งยังสามารถตอบสนอง

ได้ดีในทุกสภาวะของการขับขี่และไม่ทำให้เกิดฝุ่นและคราบเขม่า

ติดล้อ

1. ประสิทธิภาพในการเบรก

(Braking Performance)

จากกราฟจะเห็นได้ว่า Compact Nano Infinity Brake มีค่า

สัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน*** (µ) อยู่ที่ 0.387 มากกว่าผลิตภัณฑ์

ของOE Euro และOE Japan

***ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน คือค่าแรงเสียดทานระหว่างจานเบรกกับผ้าเบรก ถ้าค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานมากก็จะทำให้เกิดการหยุดรถได้ดีขึ้น

2. การสึกหรอ

(Wear Performance)

จากกราฟจะเห็นได้ว่า Compact Nano Infinity Brake มีความ

ทนทานมากที่สุดโดยมีอัตราการสึกหรอต่ำที่สุดคือ 0.861 mm. เมื่อ

เทียบกับผ้าเบรกของ OE Euro และOE Japan

3. การเกิดเสียง

(Noise performance)

จากกราฟจะเห็นได้ว่า Compact Nano Infinity Brake มีอัตรา

การเกิดเสียงต่ำที่สุดคือ 0.35 ต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ของOE Euro

และOE Japan

 

จากกราฟด้านบน (1-3) คือผลการทดสอบ Compact Nano

Infinity Brake ผ่านเครื่อง SNT Brake Dynamometer หนึ่งใน

ครื่องทดสอบประสิทธิภาพของผ้าเบรกที่ได้รับการยอมรับ

มาตรฐานสากล

 

2. Nano Underlayer

          ชั้นของวัสดุที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อความ

ปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่

            นวัตกรรมใหม่ล่าสุดสำหรับผ้าเบรกเป็นชั้นของวัสดุที่

ออกแบบเป็นพิเศษที่อยู่ระหว่างเนื้อผ้าเบรกและแผ่นเหล็ก ด้วย

คุณสมบัติพิเศษจาก Nano Technology ที่มีอยู่ในชั้น Nano

Underlayer จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การยืดหยุ่นได้ดีขึ้น รวมถึง

การดูดซับการสั่นสะเทือนอันเป็นต้นเหตุของการเกิดเสียงขณะ

เบรก

- เพิ่มความเป็นฉนวน

(High Heat Resistant)

จากกราฟจะเห็นได้ว่า Nano Underlayer มีการนำความร้อนที่ต่ำ

ที่สุดแสดงถึงความเป็นฉนวนที่ดีที่ป้องกันความร้อนจากการเบรก

ที่จะส่งผ่านไปยังระบบเบรกทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของน้ำมัน

เบรกและลูกยางเบรก

**การทดสอบนี้วัดโดยการให้ความร้อนจากผ้าเบรกด้วยอุณหภูมิ 300  ํC และวัดอุณหภูมิจากแผ่นเหล็กทุก ๆ 30 วินาที โดยทดสอบทั้งหมด 10 นาที

 - เพิ่มความแข็งแรง

(High Strength)

เพิ่มความแข็งแรงในการยึดติดระหว่าง Nano Underlayer กับ

แผ่นเหล็ก (High Strength) เพื่อทนต่อแรงกดในสภาวะการเบรก

ที่รุนแรงต่อเนื่อง จากกราฟจะเห็นว่าชิ้นวัสดุ Nano Underlayer

มีความแข็งแรง 6.52 (N/mm2) ซึ่งแข็งแรงกว่าชั้นวัสดุ Underlayer

ของผลิตภัณฑ์ผ้าเบรกของOE

***ตามค่ามาตรฐานของISO 6312 ผ้าเบรกต้องมีความแข็งแรงไม่ต่ำกว่า 2.5 (N/mm2)

- เพิ่มความยืดหยุ่น

(High Compressibility)

เพื่อดูดซับการสั่นสะเทือนจากการเบรกอันเป็นสาเหตุของการเกิด

เสียงจากกราฟจะเห็นได้ว่าที่อุณหภูมิปกติ Nano Underlayer มี

ค่าความยืดหยุ่นที่ 1.75% และที่อุณหภูมิ 400  ํc ค่าความยืดหยุ่น

อยู่ที่ 2.29 % ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ISO 6310

***มาตรฐานISO 6310 ที่อุณหภูมิปกติต้องมีความยืดหยุ่นไม่เกิน 2% ที่อุณหภูมิ 400  ํc ต้องมีความยืดหยุ่นไม่เกิน 5 %

 

3. Scorching Surface

          ประสิทธิภาพในการเบรกสูงสุดโดยไม่ต้องRun-in

          Scorching Surface คือ กระบวนการเตรียมผิวหน้า

ผ้าเบรกโดยให้ความร้อนประมาณ 500 ํc เพื่อเตรียมความพร้อม

ของผ้าเบรกก่อนใช้งานหนักทำให้เกิดประสิทธิภาพในการเบรกสูง

สุดโดยไม่ต้อง Run – in ผ้าเบรก

 

กราฟสีเขียว (ผ้าเบรกที่ยังไม่ผ่านกระบวนการ Scorching) แสดง

ให้เห็นว่าเมื่อเบรกอย่างต่อเนื่องทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น

ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานจะลดต่ำลงหรือที่เรียกว่า Fade

กราฟสีชมพู (ผ้าเบรกที่ผ่านกระบวนการ Scorching) แสดงให้

เห็นว่าเมื่อเบรกอย่างต่อเนื่องจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น

ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานจะไม่ต่ำลงและไม่ทำให้เกิดการ Fade

 

4. Chamfer

            การปาดข้างเนื้อผ้าเบรก เพื่อลดอัตราการเกิดเสียงในขณะ

เหยียบเบรก

 

5. Slots

          การผ่าร่องที่ช่วยระบายฝุ่น, น้ำ และความร้อน

 

 

 

ราคา : สอบถาม